บทความอสังหาฯ

โฉนดที่ดินแต่ละประเภท

โฉนดที่ดินแต่ละแบบ

1. โฉนดที่ดิน นส.4 (ครุฑแดง)       เป็นโฉนดทั่วๆไป ที่เรารู้จักกันดี เป็นเอกสารสิทธิ์ที่มีตรา ครุฑสีแดง สามารถซื้อขาย จำนอง เปลี่ยนมือได้ตลอดเวลา เป็นโฉนดที่ให้กรรมสิทธิ์แก่เจ้าของเต็มที่ ข้อดี เป็นเอกสารสิทธิ์เต็มรูปแบบที่ให้กรรมสิทธิ์แก่เจ้าของที่ดินอย่างชัดเจน สามารถซื้อขาย จำนอง หรือเปลี่ยนมือได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมีข้อจำกัดทางกฎหมายในการทำธุรกรรม ข้อเสีย ไม่มีข้อเสียที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโฉนดที่ให้สิทธิ์สูงสุด 2. นส.3 ก (ครุฑเขียว)       เป็นหนังสือแสดงสิทธิ์การครอบครอง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สัญลักษณ์รูป ครุฑเขียว โดย นส.3 ก สามารถซื้อขาย จำนองได้ โดยโอนสิทธิ์ครอบครองให้แก่ผู้อื่น และยังสามารถทำเรื่องเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) ได้อีกด้วย ข้อดี สามารถซื้อขาย จำนอง หรือเปลี่ยนมือได้เช่นเดียวกับ นส.4 สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) ได้เมื่อทำตามขั้นตอนที่กำหนด ข้อเสีย ไม่มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบเช่น นส.4 […]

โฉนดที่ดินแต่ละแบบ Read More »

FAR-OSRคืออะไร-Real plus วิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการอสังหาฯ (2)

FAR และ OSR คืออะไร

1. FAR (Floor Area Ratio) FAR คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคารต่อพื้นที่ดินที่ใช้ก่อสร้าง มีสูตรคำนวณดังนี้ พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น = พื้นที่ดิน x ค่า FAR เช่น ถ้ามีที่ดินขนาด 1,000 ตารางเมตร และค่า FAR กำหนดเป็น 10 จะสามารถก่อสร้างอาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นของอาคารทุกหลังได้ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร 2. OSR (Open Space Ratio) OSR คืออัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม โดยใช้สูตรคำนวณดังนี้ พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุม = (พื้นที่อาคารรวม x ค่า OSR) / 100 ตัวอย่างเช่น ถ้าพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นมี 4,800 ตารางเมตร และค่า OSR กำหนดเป็น 10 จะต้องมีพื้นที่เปิดโล่ง 480 ตารางเมตร ที่ต้องไม่มีส่วนปกคลุมของอาคาร หลักการคือ

FAR และ OSR คืออะไร Read More »

ภาระจำยอมคืออะไร -Realplus-feasibility study (4)

ภาระจำยอมคืออะไร

ภาระจำยอมคืออะไร       ภาระจำยอม เป็นทรัพยสิทธิประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โดยมีลักษณะเป็นการตัดทอนสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน เช่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อื่น ภาระนี้ทำให้เจ้าของที่ดินต้องยอมรับเงื่อนไขบางประการที่ส่งผลต่ออำนาจในการใช้กรรมสิทธิ์ของเขาเอง อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับภาระจำยอม สามยทรัพย์ คือ อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากภาระจำยอม ภารยทรัพย์ คือ อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องยอมรับภาระจำยอม ตัวอย่างของภาระจำยอมอาจรวมถึงการอนุญาตให้มีทางเดินผ่านที่ดินของตน, ยอมให้ชายคาหรือหน้าต่างของบ้านอื่นยื่นเข้ามาในที่ดิน หรือยอมที่จะไม่สร้างอาคารที่จะบังแสงสว่างหรือทางลมให้กับที่ดินข้างเคียง ขอบคุณภาพจาก sarutlawyer.com สิทธิและหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับภาระจำยอม เจ้าของภารยทรัพย์ ต้องไม่ทำการใด ๆ ที่จะลดทอนประโยชน์แห่งภาระจำยอม เจ้าของสามยทรัพย์ ไม่มีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์โดยทำให้ภารยทรัพย์ได้รับภาระเพิ่มเติม เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาและใช้ภาระจำยอม โดยทำให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์น้อยที่สุด หากมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการของเจ้าของสามยทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติมแก่ภารยทรัพย์ เจ้าของภารยทรัพย์อาจขอเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของภาระจำยอมได้ แต่ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของสามยทรัพย์ลดลง วิธีการได้มาซึ่งภาระจำยอม หากต้องการภาระจำยอมในที่ดิน เช่น เมื่อที่ดินของคุณไม่มีทางเข้า-ออกสู่ถนนสาธารณะ มีสองวิธีหลักในการได้ภาระจำยอม การตกลงกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อทำข้อตกลงภาระจำยอม (ได้มาผ่านนิติกรรม) การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นภาระจำยอมติดต่อกัน 10 ปี (ได้มาผ่านอายุความ) การสิ้นสุดของภาระจำยอม ภาระจำยอมจะสิ้นสุดลงในกรณีต่อไปนี้ ภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์ถูกทำลายทั้งหมด ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็นเจ้าของคนเดียวกัน ภาระจำยอมไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ปี ภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ ที่มา :https://www.checkraka.com

ภาระจำยอมคืออะไร Read More »

วิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์-บ้านเดี่ยว-Townhome

วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ กทม.และปริมณฑล ปี 2567-2569

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปี 2567-2569) คาดว่าธุรกิจที่อยู่อาศัยจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค ตามทิศทางเศรษฐกิจที่เติบโตระดับ 3-4% ต่อปี โครงการลงทุนต่อเนื่องของภาครัฐโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า จะกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าถึง การเติบโตของภาคท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของชาวต่างชาติ ทั้งเพื่อลงทุนและเป็นบ้านหลังที่สอง การเข้ามาลงทุนหรือทำงานในไทยของชาวต่างชาติ (Expatriates) ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ปัจจัยท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนการเงินที่ปรับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการก่อหนี้ในระยะยาว การเพิ่มความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการขยายสินเชื่อ อุปทานเหลือขายที่สะสมสูงในบางพื้นที่ ทำให้การกำหนดราคาขายอาจทำได้จำกัด แนวโน้มยอดขายที่อยู่อาศัย วิจัยกรุงศรีประเมินว่ายอดขายที่อยู่อาศัยจะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ระดับ 2-3% ต่อปี ยูนิตเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นในระดับ 3-4% ต่อปี แต่ยังคงต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในช่วงปี 2560-2562 ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง แนวโน้มการพัฒนาโครงการใหม่ ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ้านแนวราบที่รองรับลูกค้าระดับกลางบน-บน และเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก โครงการแนวสูงจะขยายตัวตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าซึ่งรวมถึงส่วนต่อขยาย โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อจูงใจผู้ซื้อ เช่น การใช้พลังงานสะอาด การติดตั้ง EV Charger และโซลาร์เซลล์ ข้อสรุปสำคัญ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงจากภาระหนี้สินและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น การเปิดตัวโครงการใหม่ จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ

วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ กทม.และปริมณฑล ปี 2567-2569 Read More »

ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์-Apartment (3)

หอพัก และ อพาร์ทเม้นท์ ต่างกันอย่างไร ในเชิงกฎหมาย

อพาร์ทเม้นท์ (Apartment) คือ ตึกหรืออาคารที่พักอาศัยที่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งอาคาร ส่วนผู้อาศัยมีสิทธิ์เพียงแค่เช่าพักเท่านั้น โดยผู้เช่าอาศัยต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบที่อพาร์ทเม้นท์กำหนดไว้โดยจะเปิดให้เช่าบริการเป็นรายเดือน หอพัก (dormitory) คือ สถานที่หรือที่พักอาศัยให้เช่าที่มีนักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี และไม่สูงกว่าระดับปริญญาตรีเข้าพัก มีการแบ่งแยกชายหญิง ส่วนถ้าเป็นหอพักนอก ผู้พักส่วนใหญ่เป็นคนทำงานแล้ว อาจไม่ต้องจดทะเบียนแยกหญิงชายก็ได้ ความแตกต่างระหว่าง อพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก อพาร์ทเม้นท์และหอพักแม้จะเป็นสถานที่พักอาศัยให้เช่า แต่มีความแตกต่างกันในหลายด้านดังนี้ ขนาดและพื้นที่ใช้สอย อพาร์ทเม้นท์มักมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า เช่น ห้องนอนที่แยกจากห้องนั่งเล่นและห้องครัว รวมถึงมีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทำให้อพาร์ทเม้นท์มีบรรยากาศเหมือนบ้านมากขึ้น หอพักมักจะมีพื้นที่ใช้สอยที่น้อยกว่า เช่น ห้องนอนรวม และพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ห้องรับแขก เป็นต้น ค่าใช้จ่าย ค่าเช่าของอพาร์ทเม้นท์มักจะมีราคาสูงกว่า เนื่องจากมีความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ตที่แยกจ่ายต่างหาก หอพักมักจะมีค่าเช่าที่ถูกกว่า และอาจรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ในค่าเช่า เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ต ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หอพักมักจะเหมาะสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องการอยู่ใกล้สถานศึกษาและมีค่าเช่าที่เหมาะสม อพาร์ทเม้นท์เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ผู้ที่ทำงานประจำหรือครอบครัวขนาดเล็ก

หอพัก และ อพาร์ทเม้นท์ ต่างกันอย่างไร ในเชิงกฎหมาย Read More »

ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์-Apartment (2)

แนวทางทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์

1. วางแผนเงินลงทุนให้เพียงพอ ควรมีเงินทุนของตัวเองอย่างน้อย 40% ของเงินลงทุนทั้งหมด หลีกเลี่ยงการลงทุนแบบไม่มีทุนหรือจับเสือมือเปล่า เพราะอาจทำให้เกิดความล่าช้าและมีความเสี่ยงสูง 2. เลือกทำเลที่ตั้งที่ดี ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ ทำเลที่ดีที่สุด ได้แก่ ใกล้มหาวิทยาลัย หากนักศึกษาเข้ามาเช่าอยู่ จะมีโอกาสอยู่ยาวตลอดการศึกษา 4 ปี นิคมอุตสาหกรรม มีจำนวนผู้เช่าที่เป็นพนักงานในโรงงานจำนวนมาก แหล่งชุมชนและเส้นทางรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก ดึงดูดคนทำงานและผู้ที่ต้องการเดินทางสะดวกสบาย 3. มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ระบบ Key Card หรือ รปภ. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่า 4. รักษาความสะอาด สถานที่ต้องสะอาดและน่าอยู่ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาพักอาศัยและอยู่อย่างยาวนาน 5. ตั้งค่าเช่าและค่าบริการให้เหมาะสม ตั้งค่าเช่าและค่าบริการให้เหมาะสมกับทำเลและกลุ่มลูกค้าหลัก เช่น หากอยู่ใกล้สถานศึกษา ค่าเช่าไม่ควรสูงเกินไป เพราะนักศึกษาอาจมีรายได้ไม่มาก แต่สามารถสร้างรายได้จากค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น 6. ปรับปรุงอาคารให้ใหม่อยู่เสมอ คอยดูแลและปรับปรุงอาคารให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เพื่อรักษาความน่าสนใจและความคุ้มค่าของทรัพย์สิน 7. มีที่จอดรถสะดวกสบาย ที่จอดรถเป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรถส่วนตัว

แนวทางทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ Read More »

เกณฑ์การแบ่งดาวโรงแรม

เกณฑ์การแบ่งดาวโรงแรม

เกณฑ์การแบ่งดาวโรงแรม       การเลือกโรงแรมที่พักที่ตรงกับความต้องการนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการออกแบบตกแต่ง การแบ่งเกรดดาวโรงแรมจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ผู้เข้าพัก สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเกณฑ์การแบ่งเกรดโรงแรมมีดังนี้ โรงแรม 1 ดาว เน้นความเรียบง่าย ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐาน ขนาดห้องพัก ต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ตารางเมตรสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครันตามความจำเป็น เช่น เตียงขนาด 3 ฟุต กระจกแต่งหน้า ถังขยะ และโต๊ะเก้าอี้ ส่วนในห้องน้ำมีผ้าเช็ดตัว กระดาษชำระ และอ่างล้างหน้าการออกแบบ เน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องการการตกแต่งที่หรูหรา โรงแรม 1 ดาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการที่พักเรียบง่าย ราคาประหยัด แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับการพักผ่อนในเวลาสั้นๆ โรงแรม 2 ดาว  เพิ่มความสะดวกสบายและขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้น ขนาดห้องพัก พื้นที่ห้องไม่ต่ำกว่า 14 ตารางเมตรสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากจะมีสิ่งจำเป็นแล้ว ยังเพิ่มเติมโทรทัศน์ขนาด 14 นิ้วขึ้นไป น้ำดื่ม และโทรศัพท์ในห้องพัก ห้องน้ำใช้ชักโครกและมีผ้าเช็ดตัวพร้อมกระดาษชำระการออกแบบ ถึงแม้จะไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหรา แต่ต้องดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ โรงแรม 2 ดาว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศที่สะอาดสะอ้านและเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ โรงแรม

เกณฑ์การแบ่งดาวโรงแรม Read More »

Realplus-ธุรกิจโรงแรม (1)

เริ่มต้นทำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท

เริ่มต้นธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และการวางแผน สำหรับใครที่กำลังคิดจะเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมหรือรีสอร์ท นั้น ควรเน้นให้ความสำคัญของการวางแผนและเตรียมตัวอย่างละเอียดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลและคำแนะนำจากประสบการณ์ตรง เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จมีดังนี้ 1. การวางแผน วิเคราะห์ สำรวจตลาด Feasibility study       เราใช้เวลา 80% ในการวางแผนและ 20% สำหรับการลงมือทำครับ การวางแผนในที่นี้หมายรวมถึงการหาข้อมูล การติดต่อหน่วยงานราชการ เตรียมเอกสาร หาผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ วางแผนการออกแบบโรงแรมหรือรีสอร์ท รวมถึงระบบบริหารจัดการต่าง ๆ อย่างระบบรักษาความปลอดภัยและการป้องกันทุจริต       วางแผนก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร เช่น นักท่องเที่ยวไทยหรือชาวต่างชาติ ครอบครัว หรือนักธุรกิจ การระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้การออกแบบและบริการของโรงแรมตรงใจลูกค้ามากที่สุด 2. ให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้ง        ทำเลที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จครับ ทำเลที่ตั้งควรอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ  หรือบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ แต่หากอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก คุณอาจต้องหาจุดเด่นของโรงแรมเพื่อดึงดูดลูกค้า เช่น ทำเป็นโรงแรมเฉพาะกลุ่มเซลล์ขายของที่ต้องเดินทางไปทั่วประเทศ เป็นต้น 3. ไฟฟ้าและน้ำประปา

เริ่มต้นทำธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท Read More »

Realplus-ธุรกิจโรงแรม (2)

ลงทุนพัฒนาโครงการโรงแรมอย่างไรให้คุ้มค่าในพื้นที่ท่องเที่ยว

1. ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำโรงแรมต่างๆ เช่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร หากอยู่ใกล้เขตป่าหรือทะเล ควรตรวจสอบกฎหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น ข้อกำหนดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อจะได้สามารถทราบได้ว่าเราสามารถสร้างโครงการได้ตามเงื่อนไขของกฎหมากำหนดหรือไม่ และยังได้ทราบอีกว่าเราสามารถสร้าอาคารสูงได้กี่ชั้น สามารถมีพื้นที่ใช้สอยได้เพียงใด 2. วิเคราะห์ตลาดและกลุ่มเป้าหมาย       การวิเคราะห์ตลาดและกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและแนวโน้มตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึงมีประเด็นสำคัญๆดังนี้ 2.1 การวิเคราะห์ตลาด (Market Analysis) การศึกษาแนวโน้มตลาด ศึกษาว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในพื้นที่นั้นมีแนวโน้มเติบโตหรือถดถอยในช่วงเวลาใด อาจพิจารณาปัจจัยเช่น ฤดูกาลท่องเที่ยว, การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ, การพัฒนาของพื้นที่ หรือสถานการณ์โลก เช่น โรคระบาด การแข่งขันในตลาด ลงพื้นที่ทำการสำรวจและเก็บข้อมูลของโครงการโรงแรมต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับคู่แข่งโรงแรมในพื้นที่ เช่น โรงแรมระดับเดียวกัน, โรงแรมหรู, หรือโฮสเทล พิจารณาราคาปล่อยเช่า ,ขนาดห้อง,การออกแบบ,บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่โรงแรมเหล่านั้นให้ เพื่อดูว่าพวกเขานำเสนอบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอะไร และจุดแข็งจุดอ่อนของพวกเขาเป็นอย่างไร ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) วิเคราะห์ทำเลที่ตั้งของแต่ละโครงการ โดยโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลักหรือแหล่งธุรกิจสำคัญจะมีโอกาสดึงดูดลูกค้ามากกว่า นอกจากนี้ ควรวิเคราะห์ศักยภาพในการขยายตัวของพื้นที่ เช่น การพัฒนาของเมือง, สิ่งอำนวยความสะดวกในท้องถิ่น,

ลงทุนพัฒนาโครงการโรงแรมอย่างไรให้คุ้มค่าในพื้นที่ท่องเที่ยว Read More »

Realplus-ที่ปรึกษาโครงการอสังหา-Feasibility (16)

10 วิธีเลือกที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร

      การเลือกที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร เพื่อให้ได้ที่ดินที่เหมาะสมที่สุดและคุ้มค่ากับการลงทุน เราจะมาแบ่งปัน 10 วิธีเลือกที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ที่สามารถช่วยให้คุณวางแผนและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น 1. ทำเลที่ตั้งต้องดี       ทำเลคือหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้า-ออก ที่ง่าย สะดวกต่อการเดินทาง หรืออยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล ทำเลที่ดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าของโครงการได้ในระยะยาว 2. โครงสร้างพื้นฐานครบครัน       ที่ดินควรมีโครงสร้างพื้นฐานครบ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนนสาธารณะที่สะดวกสบาย เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการ ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินวางระบบสาธารณูปโภคใหม่ รวมทั้งยังเป็นจุดขายที่ดึงดูดลูกค้าได้อีกด้วย 3. ศึกษาแผนพัฒนาพื้นที่ ของภาครัฐ       การตรวจสอบแผนพัฒนาเมืองจากหน่วยงานรัฐหรือโซนนิ่ง (Zoning) เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้แน่ใจว่าที่ดินที่เลือกสามารถพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรได้ และไม่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบในพื้นที่นั้น ๆ 4. ประเมินสภาพภูมิประเทศ       สภาพภูมิประเทศเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น ความลาดเอียงของที่ดิน

10 วิธีเลือกที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร Read More »