Author name: admin

รังวัดสอบเขต -Realplus-ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ (5)

รังวัดที่ดินคืออะไร

การรังวัดที่ดินคืออะไร       การรังวัดที่ดินคือการกำหนดขอบเขตที่แน่นอนของที่ดินตามโฉนดโดยเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดิน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของที่ดินทราบแนวเขตที่ดินและป้องกันการขัดแย้งจากปัญหาการรุกล้ำที่ดินใกล้เคียง เจ้าของที่ดินควรดำเนินการรังวัดทุกๆ 10 ปี เพื่อป้องกันปัญหาการหาหมุดเขตไม่เจอ และแน่ใจว่าเนื้อที่ดินตรงตามโฉนด การรังวัดที่ดินออนไลน์       ปัจจุบันสามารถจองคิวรังวัดที่ดินออนไลน์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน e-QLands ที่พัฒนาโดยกรมที่ดิน หรือ สามารถเข้าไปขอทำเรื่องรังวัดที่ดินได้ ณ กรมที่ดินในพื้นที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ก็ได้ ประเภทของการรังวัดที่ดิน การรังวัดที่ดิน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ รังวัดสอบเขต – ตรวจสอบเขตที่ดินว่าเนื้อที่ตรงตามโฉนดหรือไม่ และหาแนวหลักเขตที่ดินที่อาจหายไป หรือ ไม่สามารถหาพบ รังวัดแบ่งแยก – สำหรับแบ่งแยกที่ดินขนาดใหญ่เพื่อขายหรือแบ่งเป็นมรดก รังวัดรวมโฉนด – รวมโฉนดที่ดินแปลงที่ติดกันให้เป็นฉบับเดียวกัน ขั้นตอนการรังวัดที่ดิน ขั้นตอนการรังวัดที่ดินมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดิน นัดวันรังวัด แจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียง และชำระค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการจดทะเบียนเพื่อปรับปรุงข้อมูลโฉนดให้ถูกต้องตามเนื้อที่จริง ค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดิน ค่าใช้จ่ายในการรังวัดที่ดินมีหลายประเภท เช่น ค่าธรรมเนียมในการออกโฉนดและตรวจสอบเนื้อที่ รวมถึงค่าพาหนะเดินทางและค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ หากมีการขอรวมโฉนดหรือแบ่งแยกที่ดินเพิ่มเติม อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับพื้นที่และประเภทการรังวัด ประโยชน์ของการรังวัดที่ดิน […]

รังวัดที่ดินคืออะไร Read More »

Realplus-ที่ปรึกษาโครงการอสังหา-Feasibility (16)

โครงการจัดสรร และไม่จัดสรร ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างโครงการจัดสรรและโครงการไม่จัดสรรสามารถแบ่งออกเป็นหลายด้าน ดังนี้ 1. ด้านรูปแบบโครงการ โครงการจัดสรร เป็นโครงการที่แบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน และมีการพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนนส่วนกลาง ระบบระบายน้ำ สวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด โครงการไม่จัดสรร เป็นโครงการที่มีการแบ่งแปลงที่ดินน้อยกว่า 10 แปลง หรือเป็นการพัฒนาโครงการที่ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน ทำให้สามารถพัฒนาและขายได้เร็วกว่า โดยไม่มีข้อบังคับเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง 2. ขนาดที่ดิน โครงการจัดสรร มีกำหนดขนาดขั้นต่ำของแปลงที่ดินที่ขาย เช่น บ้านเดี่ยวจะต้องมีขนาดที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ตารางวา บ้านแฝด 35 ตารางวา และทาวน์เฮาส์ 16 ตารางวา โครงการไม่จัดสรร ไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดที่ดินขั้นต่ำ ดังนั้นนักพัฒนาสามารถแบ่งแปลงที่ดินตามความเหมาะสมได้โดยไม่มีข้อบังคับจากกฎหมาย 3. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โครงการจัดสรร ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 และข้อกำหนดเกี่ยวกับการพัฒนาสาธารณูปโภคและพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงต้องขออนุญาตจัดสรรที่ดินจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โครงการไม่จัดสรร ไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน แต่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง 4. พื้นที่ส่วนกลาง โครงการจัดสรร จะต้องมีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนสาธารณะ

โครงการจัดสรร และไม่จัดสรร ต่างกันอย่างไร Read More »

Realplus-ที่ปรึกษาโครงการอสังหา-Feasibility (16)

ขั้นตอนการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร

การพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ต้องใช้ความรู้ความสามารถในหลายด้าน ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการขายและการตลาด ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ 1. การกำหนดแนวคิดริเริ่มโครงการ (Project Initiation)       ขั้นตอนแรกในการพัฒนาโครงการ คือการกำหนดแนวคิดหลักหรือแนวทางของโครงการ นักพัฒนาจะต้องทำการวิจัยและวิเคราะห์ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือใคร และพวกเขามีความต้องการอะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการเลือกรูปแบบของโครงการ เช่น ขนาดบ้าน สไตล์การออกแบบ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม 2. การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Feasibility Study) เป็นการตรวจสอบความเป็นไปได้ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านตลาด สำรวจความต้องการและสภาวะการแข่งขันในตลาด รวมถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ด้านกายภาพและกฎหมาย วิเคราะห์ทำเลที่ดิน รูปทรงของที่ดิน การเข้าถึง ความเป็นไปได้ในการพัฒนา และข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้านการเงิน ประมาณการต้นทุน ค่าก่อสร้าง และผลตอบแทนทางการเงิน เพื่อประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ 3. การจัดหาที่ดิน (Land Acquisition)       เป็นการจัดหาที่ดินที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามแนวคิดของโครงการ การสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพของที่ดิน รวมถึงการเจรจาต่อรองราคากับเจ้าของที่ดิน

ขั้นตอนการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร Read More »

ลงทุนในที่ดินเปล่า

การลงทุนในที่ดินเปล่า

กลยุทธการลงทุนในที่ดินเปล่า       การลงทุนในที่ดินเปล่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนในระยะยาว ราคาของที่ดินมักจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ หากดำเนินการวางแผนอย่างเหมาะสม การทำ Feasibility Study หรือศึกษาความเป็นไปได้โครงการ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการศึกษาเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจถึงศักยภาพของที่ดินที่จะพัฒนา ทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสได้อย่างชัดเจน 1. ซื้อและครอบครอง (Buy and Hold)       กลยุทธ์นี้เป็นการซื้อที่ดินแล้วถือครองไว้ในระยะยาว เพื่อรอให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ซึ่งมักจะใช้เวลาหลายปี ผู้ที่ลงทุนในกลยุทธ์นี้สามารถหารายได้เสริมระหว่างรอโดยการปล่อยเช่าที่ดิน เช่น ให้เช่าเปิดร้านสะดวกซื้อ ทำที่จอดรถ หรือทำการเกษตร โดยรายได้จากการปล่อยเช่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและภาษีในช่วงที่รอขาย       นักลงทุนที่เลือกใช้กลยุทธ์นี้ควรเลือกซื้อที่ดินในทำเลที่มีแนวโน้มว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต เช่น ทำเลที่มีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน หรือการขยายเส้นทางคมนาคมใหม่ๆ นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อที่ดินในราคาที่ใกล้เคียงหรือถูกกว่าราคาประเมิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร 2. ซื้อแปลงใหญ่แล้วแบ่งขายเป็นแปลงย่อยเพื่อทำกำไร (Divide and Profit)       กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีทุนมาก โดยการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ที่ราคาต่อตารางวาถูกกว่า แล้วทำการแบ่งขายเป็นแปลงย่อย

การลงทุนในที่ดินเปล่า Read More »

Realplus-ที่ปรึกษาโครงการอสังหา-Feasibility (10)

ขั้นตอนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นจนจบ

      การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมา นักการตลาด และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง กระบวนการเหล่านี้ต้องการการวางแผนอย่างรอบคอบและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะพูดถึงขั้นตอนหลักของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และแนวทางในการบริหารจัดการโครงการเพื่อให้ประสบความสำเร็จ 1. การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study)       การเริ่มต้นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องเริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เป็นการวิเคราะห์ทั้งในด้านของตลาด (ความต้องการของลูกค้า) และการลงทุน (การประเมินต้นทุน-รายได้) ขั้นตอนนี้รวมถึงการสำรวจทำเลที่ตั้ง สำรวจและวิเคราะห์คู่แข่งในบริเวณใกล้เคียง วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ และประเมินความเสี่ยงด้านการเงินและกฎหมาย การศึกษาความเป็นไปได้นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าควรดำเนินโครงการหรือไม่ โดยควรวิเคราะห์ด้านต่างๆดังนี้ วิเคราะห์ตลาด: ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค, ขนาดตลาด, แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต, และคู่แข่งในตลาด วิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง: พิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ศักยภาพในการเดินทาง: ใกล้แหล่งคมนาคมสาธารณะหรือทางด่วนหรือไม่ สิ่งอำนวยความสะดวก: มีโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือสวนสาธารณะใกล้เคียงหรือไม่ สภาพแวดล้อม: มีมลพิษทางอากาศหรือเสียงดังรบกวนหรือไม่ วิเคราะห์ต้นทุน: ประมาณการค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง, ค่าที่ดิน, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายทางการเงินอื่นๆ วิเคราะห์รายได้: ประมาณการรายได้จากการขายหรือการปล่อยเช่า ประเมินความเสี่ยง: ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ขั้นตอนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ต้นจนจบ Read More »

โฉนดที่ดินแต่ละประเภท

โฉนดที่ดินแต่ละแบบ

1. โฉนดที่ดิน นส.4 (ครุฑแดง)       เป็นโฉนดทั่วๆไป ที่เรารู้จักกันดี เป็นเอกสารสิทธิ์ที่มีตรา ครุฑสีแดง สามารถซื้อขาย จำนอง เปลี่ยนมือได้ตลอดเวลา เป็นโฉนดที่ให้กรรมสิทธิ์แก่เจ้าของเต็มที่ ข้อดี เป็นเอกสารสิทธิ์เต็มรูปแบบที่ให้กรรมสิทธิ์แก่เจ้าของที่ดินอย่างชัดเจน สามารถซื้อขาย จำนอง หรือเปลี่ยนมือได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมีข้อจำกัดทางกฎหมายในการทำธุรกรรม ข้อเสีย ไม่มีข้อเสียที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโฉนดที่ให้สิทธิ์สูงสุด 2. นส.3 ก (ครุฑเขียว)       เป็นหนังสือแสดงสิทธิ์การครอบครอง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สัญลักษณ์รูป ครุฑเขียว โดย นส.3 ก สามารถซื้อขาย จำนองได้ โดยโอนสิทธิ์ครอบครองให้แก่ผู้อื่น และยังสามารถทำเรื่องเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) ได้อีกด้วย ข้อดี สามารถซื้อขาย จำนอง หรือเปลี่ยนมือได้เช่นเดียวกับ นส.4 สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) ได้เมื่อทำตามขั้นตอนที่กำหนด ข้อเสีย ไม่มีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบเช่น นส.4

โฉนดที่ดินแต่ละแบบ Read More »

FAR-OSRคืออะไร-Real plus วิเคราะห์ความเป็นไปได้โครงการอสังหาฯ (2)

FAR และ OSR คืออะไร

1. FAR (Floor Area Ratio) FAR คือ อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคารต่อพื้นที่ดินที่ใช้ก่อสร้าง มีสูตรคำนวณดังนี้ พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น = พื้นที่ดิน x ค่า FAR เช่น ถ้ามีที่ดินขนาด 1,000 ตารางเมตร และค่า FAR กำหนดเป็น 10 จะสามารถก่อสร้างอาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นของอาคารทุกหลังได้ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร 2. OSR (Open Space Ratio) OSR คืออัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม โดยใช้สูตรคำนวณดังนี้ พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุม = (พื้นที่อาคารรวม x ค่า OSR) / 100 ตัวอย่างเช่น ถ้าพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นมี 4,800 ตารางเมตร และค่า OSR กำหนดเป็น 10 จะต้องมีพื้นที่เปิดโล่ง 480 ตารางเมตร ที่ต้องไม่มีส่วนปกคลุมของอาคาร หลักการคือ

FAR และ OSR คืออะไร Read More »

ภาระจำยอมคืออะไร -Realplus-feasibility study (4)

ภาระจำยอมคืออะไร

ภาระจำยอมคืออะไร       ภาระจำยอม เป็นทรัพยสิทธิประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โดยมีลักษณะเป็นการตัดทอนสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน เช่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เพื่อประโยชน์ของอสังหาริมทรัพย์อื่น ภาระนี้ทำให้เจ้าของที่ดินต้องยอมรับเงื่อนไขบางประการที่ส่งผลต่ออำนาจในการใช้กรรมสิทธิ์ของเขาเอง อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับภาระจำยอม สามยทรัพย์ คือ อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากภาระจำยอม ภารยทรัพย์ คือ อสังหาริมทรัพย์ที่ต้องยอมรับภาระจำยอม ตัวอย่างของภาระจำยอมอาจรวมถึงการอนุญาตให้มีทางเดินผ่านที่ดินของตน, ยอมให้ชายคาหรือหน้าต่างของบ้านอื่นยื่นเข้ามาในที่ดิน หรือยอมที่จะไม่สร้างอาคารที่จะบังแสงสว่างหรือทางลมให้กับที่ดินข้างเคียง ขอบคุณภาพจาก sarutlawyer.com สิทธิและหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับภาระจำยอม เจ้าของภารยทรัพย์ ต้องไม่ทำการใด ๆ ที่จะลดทอนประโยชน์แห่งภาระจำยอม เจ้าของสามยทรัพย์ ไม่มีสิทธิในการเปลี่ยนแปลงภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์โดยทำให้ภารยทรัพย์ได้รับภาระเพิ่มเติม เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาและใช้ภาระจำยอม โดยทำให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์น้อยที่สุด หากมีการเปลี่ยนแปลงความต้องการของเจ้าของสามยทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติมแก่ภารยทรัพย์ เจ้าของภารยทรัพย์อาจขอเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของภาระจำยอมได้ แต่ต้องไม่ทำให้ความสะดวกของสามยทรัพย์ลดลง วิธีการได้มาซึ่งภาระจำยอม หากต้องการภาระจำยอมในที่ดิน เช่น เมื่อที่ดินของคุณไม่มีทางเข้า-ออกสู่ถนนสาธารณะ มีสองวิธีหลักในการได้ภาระจำยอม การตกลงกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อทำข้อตกลงภาระจำยอม (ได้มาผ่านนิติกรรม) การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นภาระจำยอมติดต่อกัน 10 ปี (ได้มาผ่านอายุความ) การสิ้นสุดของภาระจำยอม ภาระจำยอมจะสิ้นสุดลงในกรณีต่อไปนี้ ภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์ถูกทำลายทั้งหมด ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็นเจ้าของคนเดียวกัน ภาระจำยอมไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ปี ภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ ที่มา :https://www.checkraka.com

ภาระจำยอมคืออะไร Read More »

วิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์-บ้านเดี่ยว-Townhome

วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ กทม.และปริมณฑล ปี 2567-2569

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปี 2567-2569) คาดว่าธุรกิจที่อยู่อาศัยจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค ตามทิศทางเศรษฐกิจที่เติบโตระดับ 3-4% ต่อปี โครงการลงทุนต่อเนื่องของภาครัฐโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า จะกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าถึง การเติบโตของภาคท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของชาวต่างชาติ ทั้งเพื่อลงทุนและเป็นบ้านหลังที่สอง การเข้ามาลงทุนหรือทำงานในไทยของชาวต่างชาติ (Expatriates) ทำให้มีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ปัจจัยท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนการเงินที่ปรับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการก่อหนี้ในระยะยาว การเพิ่มความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการขยายสินเชื่อ อุปทานเหลือขายที่สะสมสูงในบางพื้นที่ ทำให้การกำหนดราคาขายอาจทำได้จำกัด แนวโน้มยอดขายที่อยู่อาศัย วิจัยกรุงศรีประเมินว่ายอดขายที่อยู่อาศัยจะทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ระดับ 2-3% ต่อปี ยูนิตเปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นในระดับ 3-4% ต่อปี แต่ยังคงต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในช่วงปี 2560-2562 ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง แนวโน้มการพัฒนาโครงการใหม่ ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ้านแนวราบที่รองรับลูกค้าระดับกลางบน-บน และเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก โครงการแนวสูงจะขยายตัวตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าซึ่งรวมถึงส่วนต่อขยาย โดยมุ่งเน้นการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อจูงใจผู้ซื้อ เช่น การใช้พลังงานสะอาด การติดตั้ง EV Charger และโซลาร์เซลล์ ข้อสรุปสำคัญ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยได้รับอานิสงส์จากปัจจัยสนับสนุนหลายด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงจากภาระหนี้สินและต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น การเปิดตัวโครงการใหม่ จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ

วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ กทม.และปริมณฑล ปี 2567-2569 Read More »

ธุรกิจอพาร์ทเม้นท์-Apartment (3)

หอพัก และ อพาร์ทเม้นท์ ต่างกันอย่างไร ในเชิงกฎหมาย

อพาร์ทเม้นท์ (Apartment) คือ ตึกหรืออาคารที่พักอาศัยที่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งอาคาร ส่วนผู้อาศัยมีสิทธิ์เพียงแค่เช่าพักเท่านั้น โดยผู้เช่าอาศัยต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบที่อพาร์ทเม้นท์กำหนดไว้โดยจะเปิดให้เช่าบริการเป็นรายเดือน หอพัก (dormitory) คือ สถานที่หรือที่พักอาศัยให้เช่าที่มีนักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี และไม่สูงกว่าระดับปริญญาตรีเข้าพัก มีการแบ่งแยกชายหญิง ส่วนถ้าเป็นหอพักนอก ผู้พักส่วนใหญ่เป็นคนทำงานแล้ว อาจไม่ต้องจดทะเบียนแยกหญิงชายก็ได้ ความแตกต่างระหว่าง อพาร์ทเม้นท์ และ หอพัก อพาร์ทเม้นท์และหอพักแม้จะเป็นสถานที่พักอาศัยให้เช่า แต่มีความแตกต่างกันในหลายด้านดังนี้ ขนาดและพื้นที่ใช้สอย อพาร์ทเม้นท์มักมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า เช่น ห้องนอนที่แยกจากห้องนั่งเล่นและห้องครัว รวมถึงมีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทำให้อพาร์ทเม้นท์มีบรรยากาศเหมือนบ้านมากขึ้น หอพักมักจะมีพื้นที่ใช้สอยที่น้อยกว่า เช่น ห้องนอนรวม และพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ห้องรับแขก เป็นต้น ค่าใช้จ่าย ค่าเช่าของอพาร์ทเม้นท์มักจะมีราคาสูงกว่า เนื่องจากมีความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ตที่แยกจ่ายต่างหาก หอพักมักจะมีค่าเช่าที่ถูกกว่า และอาจรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ในค่าเช่า เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ต ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หอพักมักจะเหมาะสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องการอยู่ใกล้สถานศึกษาและมีค่าเช่าที่เหมาะสม อพาร์ทเม้นท์เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ผู้ที่ทำงานประจำหรือครอบครัวขนาดเล็ก

หอพัก และ อพาร์ทเม้นท์ ต่างกันอย่างไร ในเชิงกฎหมาย Read More »