ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร

realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร

     หลายคนที่เริ่มสนใจลงทุนใน โครงการอสังหาริมทรัพย์ มักจะตั้งคำถามว่า “ควรเริ่มต้นจากตรงไหน?” บางคนรีบซื้อที่ดินก่อน เพราะกลัวราคาขึ้น บางคนเห็นทำเลดีเลยตัดสินใจก่อสร้างทันที โดยไม่ได้ผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์ใด ๆ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือโครงการอาจติดปัญหาขายไม่ออก ขาดทุน หรือแบกรับต้นทุนบานปลาย

     โดยประสบการณ์ตรงจากผมในฐานะ ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา และผู้ที่เคยลงมือพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรจริง พบว่า “หัวใจสำคัญ” ของความสำเร็จคือ การทำ Feasibility Study โครงการอสังหา หรือ “การศึกษาความเป็นไปได้” อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การตรวจสอบกฎหมาย ศักยภาพที่ดิน การสำรวจตลาด จนถึงการออกแบบและขายจริง ซึ่งวันนี้ผมจะพามาจับมือทำทีละขั้นตอน ผ่านเคสจริงที่ผมเคยทำ ตั้งแต่ก่อนซื้อที่ดิน ก่อสร้าง เปิดขาย จนถึงการส่งมอบบ้านให้ลูกค้า     

1. ตรวจสอบข้อกฎหมายในพื้นที่

ก่อนซื้อที่ดินทุกครั้งเราจำเป็นต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ของเรานั้นมีข้อกำหนดด้านกฎหมายอย่างไรบ้าน ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะแตกต่างกันไป โดยกฎหมายหลักๆที่จะตรวจสอบก่อนคือ

  1. กฎหมายกำหนดบริเวณห้ามสร้างอาคาร โดยตรวจเช็คจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ เช่น อบต หรือ สำนักงานป่าไม้ เบื้องต้นสามารถตรจสอบข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็คแนวเบื้องต้นก่อนก็ได้
  2. กฎหมายผังเมืองกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท โดยเช็คว่าพื้นที่ดินของเรานั้นตั้งอยู่ในพื้นที่สีอะไร สามารถพัฒนาเป็นโครงการหมู่บ้านได้ไหม ส่วนใหญ่แล้วสีที่สามารถพัฒนาได้จะเป็นโซนสีเหลือง หรือแดง  แต่บางที่สีเขียวก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในแต่ละพื้นที่ด้วย
  3. กฎหมายแนวเวนคืน เขตอนุรักษ์ป่าไม้ต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องเช็คเพื่อ
realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (2)

2. ตรวจสอบด้านกายภาพที่ดิน

เป็นขั้นตอนที่ต้องลงไปดูที่ดินจริงๆก่อนทำการซื้อที่ดิน โดยตรวจเช็คสภาพแวดล้อมโดยรอบ ว่าเหมาะแก่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหรือไมดังนี้

  1. ตรวจสอบถนนหน้าโครงการเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ ความกว้างถนนกี่เมตร โดยหารพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ก็ไม่ควรน้อยกว่า 6 เมตร  สภาพถนนเรียบร้อยเหมาะแก่การอยู่อาศัยหรือไม่ เป็นต้น
realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (3)

     2. ตรวจสอบรูปแปลงที่ดินว่ามีรูปร่างเหมาะสมแก่การนำมาวางผังหรือไม่ บางแปลงเป็นหลายหยัก หรือรูปร่างไม่สวย ไม่เหมาะแก่การนำมาออกแบบผังโครงการ เราก็ไม่ควรซื้อ เพราะจะทำให้การออกแบบผังโครงการทำได้ยาก และไม่มีประสิทธิภาพในการแบ่งขายอีกด้วย

realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (3)

      3. ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคหน้าที่ดินโครงการ เช่น

    • มีระบบน้ำประปาผ่านหน้าแปลงที่ดินหรือไม่  หากไม่มีเราต้องขยายเขตอีกไกลไหม 
    • มีระบบไฟฟ้าผ่านหรือไม่ เป็นไฟชนิดกี่เฟส
    • ระบบท่อระบายน้ำต่างๆมีผ่านหน้าที่ดินหรือไม่

สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนซื้อที่ดิน เพราะหากไม่มีระบบสาธารณูปโภคผ่านหน้าที่ดิน หรืออยู่ไกลมากๆ เราต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายเพื่อจัดทำเป็นเงินหลายบาท แม้ว่าที่ดินจะราคาถูกแต่หากเราทำระบบเหล่านี้เองก็เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาเยอะมากๆ

realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (3)

      4. ตรวจเช็คสภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดิน เหมาะแก่การอยู่อาศัยหรือไม่ เช่นรอบข้างมีโรงงานที่ส่งกลิ่น ส่งเสียงดังรบกวนหรือไม่ หรือ รอบข้างเป็นบ่อขยะ ส่งกลิ่นเหม็นหรือไม่ ซึ่งสภาพแวดล้อมเหล่านี้จะส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยในโครงการได้

realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (6)

      5. ตรวจเช็คว่าที่ดินที่จะซื้อต้องถมไหม ถ้าถมต้องใช้เงินเป็นจำนวนเท่าใด เพื่อจะได้คำนวณก่อนว่า ต้นทุนที่ดินเมื่อรวมค่าถมแล้วเป็นเท่าใด หากยิ่งลึกก็มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามมาด้วย

realplus-feasibility-study-โครงการอสังหา (1)

3. สำรวจตลาดและโครงการคู่แข่งโดยรอบ

ขั้นตอนถัดมา เราจะมาทำการสำรวจตลาดอสังหาโดยรอบ เพื่อหาความต้องการของลูกค้า กำหนดกลุ่มเป้าหมาย กำลังซื้อ และกำหนดขนาดบ้าน กำหนดราคาขาย และ function ต่างๆ โดยเราจะเก็บข้อมูลโครงการคู่แข่งในบริเวณใกล้เคียง โดยการที่เราจะปักหมุดโครงการที่จะไปสำรวจก่อน โดยคัดเลือกเฉพาะโครงการที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียง มีขนาดที่ดินที่ใกล้เคียงกัน และมีรูปแบบคล้ายๆกัน

realplus-ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา (3)

รูปแบบโครงการ , ขนาดที่ดิน,ขนาดบ้าน Function กี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ ,ส่วนกลาง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวจความสะดวกต่างๆ ,ราคาขาย,ยอดขาย เพื่อดูว่าแต่ละเดือนขายไปแล้วกี่หน่วย เหลือกี่หน่วย เป็นต้น ตลอดจนกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อบ้านในโครงการต่างๆเป็นใคร มีรายได้ กำลังซื้อเท่าไหร่ เพื่อที่เราจะได้ออกแบบโครงการได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

realplus-ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา (2)

จากนั้นเราจะนำข้อมูลของโครงการทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อดูว่าโครงการไหนขายดี ไม่ดี ราคาขายที่เหมาะสม กำลังซื้อและกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน มีความต้องการมากน้อยเพียงใด และหากเราจะพัฒนาควรพัฒนาไปที่รูปแบบไหน ราคาขาย และ ขนาดบ้านและที่ดินควรเป็นเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมและแข่งขันได้ ในที่นี้เราจะกำหนด Positioning เพื่อหาช่องว่างตลาดและพัฒนาโครงการไปสู่จุดที่สามารถแข่งขันได้ เป็นต้น

realplus ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา 4

4.คำนวณผลตอบแทนการลงทุน

โดยวางผังโครงการ จากข้อมูลที่ได้สำรวจมา เราก็จะทราบว่าขนาดที่ดินของบ้านแต่ละหลังควรเป็นเท่าใดจึงจะสอดคล้องกับข้อกฎหมายและตรงกับความต้องการของลูกค้า  และนำข้อมูลพื้นที่แต่ละแปลงมาคำนวณผลตอบแทนดังนี้
  1. ต้นทุนโครงการ
    • ค่าที่ดิน
    • ค่าก่อสร้างบ้าน และรั้วรอบบ้าน
    • ค่าพัฒนาสาธารณูปโภค ถนน ประปา ไฟฟ้า
    • ค่าใช้จ่ายต่างๆ  เช่นภาษี ค่าทำเนียม ค่าจ้างพนักงานต่างๆ
  2. รายรับโครงการ ที่ได้มาจากการขายบ้านและที่ดิน
  3. กำไรโครการ หักลบรายรับและรายจ่ายต่างๆออกแล้วจะเหลือเป็นกำไร ซึ่งกำไรที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 20 – 30% หรือแล้วแต่ขนาดโครงการ และกลยุทธของแต่ละบริษัทด้วย
realplus-ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา (6)

5.ขั้นตอนออกแบบโครงการ

เมื่อวิเคราะห์ตลาดและคำนวณต้นทุนต่างๆแล้ว เราก็มาถึงขั้นตอนออกแบบพัฒนาโครงการตามข้อมูลที่เราได้มาจากการสำรวจตลาด ซึ่งเราก็จะมีข้อมูลด้านต่างๆครบ ทั้งขนาดที่ดินที่จะแบ่งแปลง ขนาดบ้าน พื้นที่ห้องต่างๆ ความกว้างถนนโครงการ รูปแบบอาคารและราคาขาย 

realplus-ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา (5)

ขั้นแรกเราก็จะมาแบ่งแปลงที่ดินให้ได้พื้นที่ที่เหมาะสมกับความต้องการในย่านนั้นๆ โดยการแบ่งแปลงที่ดินนี้ต้งเอาข้อมูลจากฎหมายมาประกอบกันด้วย เช่น กฎหมายกำหนด หากเป็นบ้านเดี่ยว เนื้อที่ต้องไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา หน้ากว้างไม่น้อยกว่า 10 เมตร  เป็นต้น บ้านแฝดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 35 ตารางวา หน้ากว้างแปลงที่ดินไม่น้อยกว่า 8 เมตร เป็นต้นซึ่งกฎหมายจัดสรรก็จะกำหนดขนาดที่ดิน ขนาดถนนไว้แล้ว เราต้องมาดูกฎหมายและออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายนั่นเอง

realplus-รับทำ-feasibility-study (1)

     ต่อไปเราจะมาออกแบบตัวบ้านกันนะครับ ตัวบ้านเราก็จะใช้ข้อมูลตามที่ได้ไปสำรวจมาเช่น เราจะออกแบบให้บ้านมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า และสามารถแข่งขันกับโครงการรอบข้างได้ เป็นต้อน โดยอาจออกแบบให้แตกต่าง หรือ ให้บางอย่างที่มากกว่าโครงการในบริเวณนั้น เพื่อจะได้แข่งขันได้ เช่นอาจเพิ่มห้องนอนเป็น 4 ห้อง หรืออาจแถมการปูกระเบื้องโรงจอดรถให้ลูกค้า ก็เป็นอีกอย่างที่สามารถนำมาปรับใช้ได้

     ในการออกแบบบ้านนั้น เราอาจทำ 2-3 แบบเช่น แบบ3 ห้องนอน และแบบ 4 ห้องนอน ที่ใหญ่ขึ้นและขายราคาแพงขึ้น หรืออาจทำแบบเล็ก 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำด้วย เพื่อจับกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นนั่นเอง ซึ่งการจะทำกี่แบบนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าและข้อมูลจากการสำรวจตลาดในบริเวณนั้นด้วย

     ก่อนออกแบบเราก็จะทำการเทสดิน (Soil Test) โดยเจาะสำรวจชั้นดินแต่ละชั้น และนำมาเป็นข้อมูลประกอบการออกแบบฐานรากตัวบ้าน เช่น หากจะใช้เสาเข็ม ควรเป็นเขมประเภทใด ความยาวกี่เมตร ตัวอาคารจะรับน้ำหนักได้กี่ตัน เป็นต้น

realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร (2)
realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร (3)

     เมื่อออกแบบได้แบบแล้ว เราก็จะนำไปให้สถาปนิกและวิศวกรเขียนแบบสำหรับใช้ก่อสร้าง และยื่นแบบก่อสร้างเพื่อขออนุญาติก่อสร้างกับเทศบาลนั้นๆ

     และเราควรให้สถาปนิกทำแบบแปลนสำหรับพรีเซ้นด้วย ลงสีและตกแต่งให้สวยงามเพื่อใช้ประกอบการขาย

     ควรทำภาพ 3D Perspective ให้สวยงามเพื่อใช้เวลาขาย หรือทำป้ายโฆษณาจะได้โดดเด่น แตกต่างจากโครงการอื่นๆ

realplus-ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา (1)

     เมื่อได้แบบสำหรับขายแล้ว เราก็มาโพสต์ลงโซเชียลเพื่อเปิดให้ลูกค้าจองก่อนได้เลย ระหว่างกำลังก่อสร้าง โดยปกติแล้วการก่อสร้างไม่เกิน 6 เดือนก็พร้อมโอนส่งมอบได้ครับ

6.ขั้นตอนการก่อสร้าง

     เมื่อแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาลงมือก่อสร้าง โดยในงานก่อสร้างเราควรจ้างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง และนอกจากนั้น เราในฐานะเจ้าของโครงการก็ควรจ้างทีม Consult เพื่อมาตรวจสอบและบริหารงานก่อสร้างด้วย เพื่อให้งานเป็นไปตาม คุณภาพ เวลาและต้นทุนที่ได้ตั้งไว้ โดยควรมีการตรวจสอบงานก่อสร้างเป็นระยะๆ และควรมีโฟร์แมนทำหน้าทีควบคุมงานก่อสร้างอยู่หน้างานตลอดเวลา 

realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร (5)

7. ตรวจงานก่อนส่งมอบ

     เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ทีม Consult ฝั่งเจ้าของโครงการจะทำการตรวจสอบตัวบ้านทั้งหมด ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ งานระบบน้ำไฟต่างๆให้อยู่ในสภาพสมบูรณืพร้อมใช้งาน จากนั้นทีมทำความสะอาดจะเข้ามาทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง

realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร (1)
realplus-รับทำ-feasibility-study (2)

8.ขั้นตอนการขาย

    การขายบ้านนั้นเราสามารถขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยโพสต์ลงในโซเชียล หรือยิงโฆษณา เพื่อส่งข้อมูลไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจบ้านของเราได้โดยตรง และควรมีการติดป้ายตามจุดสำคัญๆด้วย โดยเฉพาะป้ายกองโจรที่มักจะติดข้างถนน หรือหน้าโครงการ ซึ่งป้ายกองโจรเหล่านี้มักจะช่วยให้ลูกค้าในพื้นที่พบเห็นได้ง่ายมาก สามารถนำพาให้ลูกค้าในพื้นที่เข้ามาชมโครงการเราได้

     การขายบ้านนั้นสามารถเริ่มขายได้ตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง โดยสามารถเปิดจองให้ลูกค้ามาจองบ้านแปลงที่ชอบได้ และระหว่างรอบ้านสร้างเสร็จก็ทยอยผ่อนดาวน์กับทางโครงการเป็นระยะเวลาประมาณ4-6เดือน ซึ่งในช่วงนี้ทางโครงการจะทำการยื่น Pre approve เพื่อเช็คเบื้องต้นว่าลูกค้าที่จะซื้อบ้านเราจะมีโอกาสกู้ผ่านได้มากน้อยเพียงใด และเมื่อบ้านสร้างเสร็จ เราก็นัดโอนบ้านให้ลูกค้าได้

9.การส่งมอบบ้านให้ลูกค้า

     เมื่อสินเชื่อผ่านแล้ว ก่อนส่งมอบบ้าน เราก็ให้ลูกค้าทำการตรวจสอบบ้านก่อนรับมอบบ้าน โดยอาจตรวจสอบด้วยตัวเอง หรือจ้างบริษัท มาช่วยตรวจให้ก็ได้

     ในปัจจุบันนี้มีหลายบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและรับตรวจบ้านก่อนโอนในหลายพื้นที่ ทางเราในฐานะเจ้าของโครงการแนะนำให้ทุกท่านที่ไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านนี้ควรว่าจ้างบริษัทตรวจบ้านมาช่วยตรวจสอบให้จะดีกว่า เพราะพวกเขาจะตรวจอย่างละเอียดและมีรายงานพร้อมภาพถ่ายมาให้ และทางโครงการก็ทำการแก้ไขตามที่บริษัทตรวจคอมเม้นท์มา ซึ่งก็จะทำให้บ้านมีความเรียบร้อยและได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นด้วย ส่วนตัวผมเองในฐานะเจ้าของโครงการ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทีมงานมาช่วยตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆให้  เมื่อตรวจเสร็จเราก็ทำการแก้ไขตามรายการให้เรียบร้อยและนัดลูกค้าเข้ามาตรวจเช็คอีกรอบ ก่อนส่งมอบบ้าน

realplus-ขั้นตอนการทำบ้านจัดสรร (6)

     ส่งมอบบ้านแล้วเราก็มีการรับประกันตัวบ้าน โดยแยกเป็นรับประกันงานโครงสร้าง 5 ปี และรับประกันงานสถาปัตย์และอุปกรณ์ส่วนควบให้ 1 ปีเต็ม ซึ่งระหว่างที่อยู่ในการรับประกันหากมีชำรุดบกพร่องตรงไหน ทางลูกค้าก็สามารถแจ้งซ่อมเข้ามาได้

บทสรุป

        การลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ ไม่ได้อาศัยแค่ “ทำเลดี” แต่ต้องมีการวางแผนที่เป็นระบบ ผ่านการทำ Feasibility Study โครงการอสังหา อย่างครบถ้วน ทั้งการวิเคราะห์ตลาด ศักยภาพที่ดิน กฎหมาย ต้นทุน ไปจนถึงการออกแบบและขาย

หากคุณกำลังคิดจะลงทุนพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร การมี ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหา หรือทีมงานที่ รับทำ Feasibility Study ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มหาศาล เพราะในโลกของการลงทุน “ข้อมูลที่ถูกต้อง” คืออาวุธที่ดีที่สุด

Real Plus  รับทำ Feasibility Study โครงการอสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม หรือรีสอร์ท Apartment คอนโด และอื่นๆ ทีมงานของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และมีผลงานมากกว่า 200 โครงการ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

Share

ที่ปรึกษาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์